กฎหมายสื่อฯ ในยุคที่ “สื่อฯ” ไม่มี “มวลชน” ตามหลัง

วันนี้…สงสัยคงต้องหันมาหยิบเอาเรื่องร้อนๆ ในบ้านเรา อย่างเรื่องของ “สื่อฯ”มาพูดจาติดปลายนวมเอาไว้สักเล็กน้อย แม้ยังไม่น่าจะถึงเวลาที่จะต้องพูดถึงกันซักเท่าไหร่ เพราะมันคงต้องผ่านขั้นตอนต่างๆ กันอีกเยอะ แค่อดีต “บิ๊กเกษียณ” ออกอาการห่ามถึงขั้นคิดจะ “จับสื่อฯ ไปยิงเป้า” แค่นั้น…ก็ลำบากแล้ว!!! โอกาสที่จะ “ไฟเขียวผ่านตลอด” ยังไงๆ…น่าจะยากซ์ซ์ซ์เต็มที…คืออย่างที่คุณน้า “สุทธิชัย หยุ่น” ผู้ที่ถือเป็นปรมาจารย์ด้านสื่อฯ รายหนึ่ง ท่านออกมาแสดงความเห็นผ่านข้อเขียน บทความ โดยยังไม่ถึงกับต้อง “ไลฟ์” กันทางเฟซบุ๊กนั่นแหล่ะว่า การคิดจะ “ตั้งโต๊ะ” มอบอำนาจให้กับคน 10 คน ไม่ว่าคนเหล่านั้นจะเป็นสื่อฯ ทั้ง 10 คน หรือจะมีปลัดกระทรวงโผล่เข้ามาสอดแทรกเป็นยาดำอยู่คน-สองคนก็ตามแต่ ล้วนแล้วแต่ออกไปทาง “ตั๋งโต๊ะ” ไปด้วยกันทั้งสิ้น คือออกไปทาง “ย้อนยุค” กลับไปสู่ยุค “ล่อกวนตง” คิดจะแต่งพงศาวดาร “สามก๊ก” โน่นเลย หรือไม่เพียงแต่ก่อให้เกิดความรู้สึกขัดแย้งกับสิทธิ-เสรีภาพที่ถูกบัญญัติไว้ในกฎหมายแม่ อย่างกฎหมายรัฐธรรมนูญเท่านั้น แต่มันยัง “แทบเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ” สำหรับโลกในยุคเทคโนโลยีสื่อสาร มันไปไกลถึงไหนต่อไหนไปแล้วก็ไม่รู้…

ดูเหมือนผู้ที่ให้ความเห็นในแบบค่อนข้าง “คม-ชัด-ลึก” เอามากๆ…น่าจะเป็นคุณ “นพ นรนารถ” เจ้าของคอลัมน์ “ตะวันออกที่ท่าพระอาทิตย์” ในเว็บไซต์ “ผู้จัดการ” นี่เอง คือแทบไม่ต้องไปเสียเวลาพูดถึงเรื่องสิทธิ-เสรีภาพอะไรมากมาย แต่ด้วยเหตุที่มันเป็นสิ่งที่ “ขัดแย้งกับความจริง” หรือเป็นสิ่งที่ “ฝืนโลก” ยิ่งกว่าเรื่องแท็กซี่อูบ้ง อูเบอร์ ไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า การคิดจะออกกฎหมายสื่อฯ ในลักษณะนี้ ขณะที่รัฐบาลทั้งรัฐบาลกำลังออกอาการกระเหี้ยนกระหือรือ คิดจะนำพาประเทศไทยไปสู่ความเป็น “ไทยแลนด์ 4.0” ให้จงได้ มันจึงเป็นอะไรที่ขัดแย้งกันโดยสิ้นเชิง โอกาสที่จะนำไปสู่ภาคปฏิบัติที่เป็นจริง ยังไงๆ…มันน่าจะเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วแน่ๆ!!!

แต่สิ่งที่คงตั้งข้อสังเกตเอาไว้ให้จงหนัก…โดยเฉพาะบรรดาผู้ซึ่งคิดว่าตัวเองคือ “สื่อฯ” ทั้งหลาย นั่นก็คือ…ช่วงหลังๆ นี้ ไม่ว่าใครที่ออกมาด่าสื่อฯ หรือคิดตั้งตัวเป็นปฏิปักษ์กับสื่อฯ มักได้รับเสียงเชียร์ หรือได้รับความชื่นชมยินดีจากบรรดา “มวลชน”อย่างเป็นพิเศษ จนอาจเรียกได้ว่า คำว่า “สื่อฯ” กับคำว่า “มวลชน” นั้น กลายเป็นคำที่ต้องแยกออกเป็น 2 คำ 2 ความหมายชนิดแทบเอาไปปะปนกันมิได้เอาเลยถึงขั้นนั้น ต่างไปจากอดีตที่คำสองคำนี้ สามารถนำเอามารวมกันได้อย่างสอดคล้อง กลมกลืน พูดถึง “สื่อฯ” ขึ้นมาเมื่อไหร่ ต้องมีคำว่า “มวลชน” ต่อท้าย จนทำให้ความหมายของคำว่า “สื่อมวลชน” ต่างไปจากคำว่า “สื่อฯ” เฉยๆ อย่างที่เรียกๆ กันในยุคนี้ แบบคนละเรื่อง ละม้วน สามารถนำเอา “สัญลักษณ์” ต่างๆ มาใช้เป็นตัวอธิบายความหมายได้เยอะแยะ มากมาย ไม่ว่า “นกน้อยในไร่ส้ม” “ตะเกียงส่องทาง” หรือ “โคมทองอันแวววาม”ฯลฯลฯ เอาเลยถึงขั้นนั้น…

ต่างไปจากยุคนี้…ที่สิ่งซึ่งนำมาใช้เป็น “สัญลักษณ์” แทนความหมายของ “สื่อฯ” แม้จะมีอยู่เยอะแยะมากมายเช่นกัน แต่มันไม่ถึงกับเท่ ไม่ค่อยคลาสสิกซักเท่าไหร่ เช่น “เทปเดินได้” “นักข่าวไดรฟ์เอ.” “เหยี่ยวใส่สูท” ฯลฯ อะไรประมาณนั้น อันทำให้คำว่า “สื่อฯ” กับ “มวลชน” มันจึงถูกแยกห่างออกไปเรื่อยๆ ด้วยเหตุนี้…จึงถือเป็นเรื่องไม่แปลกที่ “บิ๊กเกษียณ” รายหนึ่ง ท่านออกอาการกระเหี้ยนกระหือรือถึงกับคิดจะ “จับนักข่าวไปยิงเป้า” ยิ่งบรรดา “สื่อฯ” หันมาใช้คำพูดซ้ำๆ ซากๆ ในการลุกขึ้นมาต่อต้านกฎหมายสื่อฯ เช่นคำว่า “สิทธิ-เสรีภาพ” อันเป็นคำพูด คำจา ที่ไม่ว่าใครต่อใครมักชอบหยิบมาอ้างไม่ต่างอะไรไปจาก “นกแก้ว-นกขุนทอง” มาโดยตลอด โดยไม่ได้เข้าใจถึงความหมายที่ลึกซึ้งยิ่งไปกว่านั้น คือลึกลงไปถึง “จิตวิญญาณ” ถึงสิ่งที่ “พระผู้เป็นเจ้า” มอบให้กับมนุษย์ทุกผู้ ทุกนามติดตัวมาตั้งแต่แรก มันก็เลยออกไปทาง “แบ่บบ์บ์บ์แห้งง์ง์ง์” ซะเป็นหลัก…

และก็อย่างที่ว่าเอาไว้นั่นแหละว่า…แค่ระดับ “สปท.” หรือระดับ “สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ” ที่ได้รับมอบหมายให้มีหน้าที่ “เจ๊าะๆ แจ๊ะๆ” อย่างเป็นทางการ ส่วนไอ้ที่ “เจ๊าะๆแจ๊ะๆ” นั้น…ใครเขาจะ “เห็นควรด้วย” หรือไม่ ยังต้องผ่านด่านอีกไม่รู้กี่ด่านต่อกี่ด่าน เผลอๆ แค่ขึ้นไปถึงระดับครม.ก็ “ด้วน” แล้ว!!! ยังไม่ต้องพูดถึงด่านอรหันต์ทองคำอีก 18 องค์ ที่ยังคงยืนตระหง่านอยู่ภายในสังคม ไม่ว่าจะอยู่ภายใต้รัฐบาลเผด็จการหรือรัฐบาลประชาธิปไตยก็แล้วแต่ การผ่านมติ 141 เสียง จึงไม่ถึงกับเป็นเรื่องน่าขนพองสยองขวัญอะไรกันมากมาย แต่ก็นั่นแหละ…ในเมื่อบรรดา “สื่อฯ” ทั้งหลาย โดยเฉพาะระดับปรมาจารย์สำนักโน้น สำนักนี้ ท่านกรูออกมาไขว้แขวน ไขว้ขา ตีสีหน้าทมึงทึง พร้อมจะไล่บด ไล่บี้ กฎหมายสื่อฯ ฉบับนี้อย่างเป็นกิจการ ผู้ที่ไม่เคย “ตีทะเบียน” ตัวเองเป็นสื่อฯ ไม่ว่าสำนักไหนต่อสำนักไหน มาตลอดช่วงชีวิตที่ต้องทำหน้าที่ขีดๆ เขียนๆ สิ่งต่างๆ ไปสู่ “มวลชน” เกือบจะ 40-50 ปีเข้าไปแล้ว อย่างเช่น “ทับทิม พญาไท” ก็เลยต้องขออนุญาต “ตามแห่” เดินตาม “ผู้ใหญ่” แห่งวงการสื่อฯ เอาไว้ก่อน เผื่อว่า…ระหว่างสุนัขมันหันไปกัด “ผู้ใหญ่” จะได้แฉลบออกข้างได้ทันท่วงที