เบนซ์พบตร. สอบรอบสอง หอบ150หน้าแจง ปมลัมโบร์-ธุรกิจ

เบนซ์ เรซซิ่ง โผล่ให้ปากคำตำรวจปส.รอบสองแล้ว หอบเอกสาร 150 หน้า ยืนยันความบริสุทธิ์มีหลักฐานการกู้เงิน และแหล่งที่มารายได้ชัดเจน โต้ข่าวธุรกิจขาดทุน 20 ล้าน แต่มีเงินซื้อรถลัมโบร์กินี ชี้เป็นเรื่องที่คนอื่นให้ ข่าวมา สรุปอย่างไรเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ ผู้ช่วยโฆษกปส.เผย จะต้องเอาเอกสารทั้งหมดไปตรวจสอบ ว่ามีความน่าเชื่อถือและสอดคล้องกับคำให้การแค่ไหน ชี้ที่ช้าเพราะเบนซ์มีหลายบัญชี หากหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงใคร ก็จะเชิญมาให้ปากคำต่อไป

เมื่อบ่าย วันที่ 16 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอัครกิติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือเบนซ์ เรซซิ่ง อายุ 30 ปี สามีนางเอกชื่อดัง ?แพท ณปภา? เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนบช.ปส. เพื่อสอบปากคำ และนำเอกสาร มายื่นเพิ่มเติมเป็นครั้งที่ 2 โดยใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง กระทั่งเวลา 18.20 น. จึงเดินทางกลับ

เบนซ์เปิดเผยกับสื่อมวลชนที่มารออยู่ว่า การเข้าพบครั้งนี้ไม่ได้มีหมายเรียก แต่ต้องการเข้ามาแสดงความบริสุทธิ์ใจที่จะนำเอกสารหลักฐานมาเพิ่มเติม รวมทั้งให้ปากคำเพิ่มเติมกับเจ้าหน้าที่ โดยนำหลักฐานมามอบให้หลายอย่าง พร้อมชี้แจงกับเจ้าหน้าที่แล้ว หลังจากนี้คงต้องรอให้เจ้าหน้าที่สรุปออกมาอีกที ส่วนเรื่องที่ระบุว่าหลักฐานทางการเงินพบว่าการประกอบธุรกิจขาดทุน แต่นำเงิน 20 กว่าล้านบาทไปซื้อรถลัมโบร์กินีนั้น เป็นเรื่องที่คนอื่นให้ข่าวมา แต่สรุปจะเป็นอย่างไรคงต้องให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ โดยเงินที่นำมาซื้อมาจากการประกอบอาชีพของเราโดยปกติ

“ผมยังมั่นใจในความบริสุทธิ์ และที่ผ่านมาก็ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่มาโดยดีตลอด ทั้งนี้ ในวันแรกที่เข้าพบเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เตรียมเอกสารอะไรมามาก เพราะระยะเวลาน้อย แต่หลังจากนั้นได้เข้าไปขอเอกสารสำคัญต่างๆ มาประกอบด้วยในวันนี้ ส่วนการให้ปากคำของนายบอย ที่ซัดทอดว่า ผมมีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายไซซะนะ แก้วพิมพา เกี่ยวกับการฟอกเงินนั้น ไม่ทราบว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร แต่เราก็แสดงหลักฐานของเราอย่างชัดเจน โดยวันนี้ได้มอบหลักฐานเรื่องรถลัมโบร์กินีทุกอย่างให้กับ เจ้าหน้าที่แล้ว ทั้งหลักฐานการกู้เงินจากไฟแนนซ์ และเอกสารสำคัญที่มีที่มาที่ไปอย่างชัดเจนทุกอย่าง ส่วนหลักฐานการกู้เงินจากไฟแนนซ์กู้มาเท่าไหร่นั้น เป็นเรื่องทางลึกที่เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบอีกที รวมถึงเรื่องเงิน 3 แสนที่มีการโอนเข้าบัญชีมา ขอเขาไปชี้แจงกับเจ้าหน้าที่ดีกว่า เบื้องต้นยังไม่มีหมายเรียกอะไรออกมา แต่หากมีหลักฐานเพิ่มเติมก็ยินดีที่จะมาให้เพิ่มเติม วันนี้ไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาใดๆ กับผม หากเจ้าหน้าที่ต้องการได้ข้อมูลเพิ่มเติมเรายินดีที่จะมาให้ข้อมูลอยู่แล้ว” เบนซ์กล่าว
ขณะที่พ.ต.อ.สมเกียรติ วรรณสิริวิไล รองผบก.อก.บช.ปส. ในฐานะผู้ช่วยโฆษก ปส. เปิดเผยว่า วันนี้นายเบนซ์มาพบพนักงานสอบสวน ให้การเป็นประโยชน์อย่างมาก โดยนำเอกสาร 26 ชุด ประมาณ 150 หน้า มามอบเป็นหลักฐาน ซึ่งเป็นเอกสารเกี่ยวกับแหล่งที่มาของเงินที่ใช้ในเรื่องของธุรกิจ รายได้เสริมที่ประกอบธุรกิจ ไปจนถึงรายการต่างๆ เช่น การสั่งซื้อสินค้า เอกสารสัญญาต่างๆ เกี่ยวกับการโอนหรือซื้อขายรถยนต์ ซึ่งพนักงานสอบสวนรวบรวมไว้เพื่อเป็นหลักฐานชั่งน้ำหนักประกอบคำให้การ แต่ตอนนี้รอธุรกรรมการเงินจากธนาคารต่างๆ เพื่อมาสรุปความสัมพันธ์ในแต่ละส่วน และให้คณะพนักงานสอบสวนตัดสินใจอีกครั้งในสัปดาห์หน้า สำหรับเอกสารที่นายเบนซ์มอบมาถึงแม้ว่าเจ้าตัวจะบอกว่าเคลียร์ทุกประเด็น ชัดเจนแล้ว แต่ตำรวจก็ต้องตรวจสอบว่าสอดคล้องตรงกับคำให้การหรือไม่

พ.ต.อ.สมเกียรติกล่าวอีกว่า สำหรับกรณีที่มีข้อสงสัยว่ารายได้นายเบนซ์ไม่น่าจะมีจำนวนมากเพียงพอที่จะซื้อรถได้นั้น ทางตำรวจยังไม่ได้ลงลึกถึงขั้นว่านายเบนซ์ มีกำไรหรือขาดทุนในธุรกิจเท่าใด ตนจึงขออนุญาตให้เป็นหน้าที่ของงานสอบสวน ซึ่งยังไม่สามารถเปิดเผยได้ว่ารายละเอียดการให้ข้อมูลในส่วนใดบ้างของนายเบนซ์ที่ไม่ตรงกับข้อมูลที่ชุดสืบสวนมี เนื่องจากต้องกลับไปตรวจสอบเอกสารกว่า 150 หน้าให้ครบถ้วนเสียก่อน เพราะนายเบนซ์อ้างว่าไปกู้เงินไฟแนนซ์มา ซึ่งไฟแนนซ์ไปกู้ธนาคารมา อีกต่อ โดยต้องไปดูว่ากู้ไปทำอะไร ใช้ส่วนไหน ส่งให้ใคร แต่เบื้องต้นนายเบนซ์นำเอกสารที่กู้จากไฟแนนซ์มาให้แล้ว แต่เอกสารที่ไฟแนนซ์ไปกู้จากธนาคารอีกต่อหนึ่งนั้น ทางตำรวจจะต้องเป็นผู้ติดตามขอข้อมูลจากธนาคารเอง ในส่วนของกรณีว่าก่อนหน้านี้มีรถคันอื่นๆ ที่นายเบนซ์กู้ไฟเเนนซ์มาหรือไม่นั้น ตนยังตอบไม่ได้

“ส่วนอื่นๆ ที่เป็นความเห็นทางคดีไม่สามารถตอบได้ และสำนวนคดีนั้นเหลือในเรื่องธุรกรรมทางการเงินที่รอจากธนาคารและด้านความสัมพันธ์ทางการเงินต่างๆ ที่ชี้วัดว่าเกี่ยวพันกันอย่างไรกับนายบอยที่ถูกจับกุมไปแล้ว ทั้งนี้ สาเหตุที่ทำให้การส่งข้อมูลทางธุรกรรมของนายเบนซ์มายังพนักงานสอบสวนล่าช้าเพราะมีหลายบัญชี ซึ่งหากหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงใครก็จะเชิญมาให้ปากคำ แต่ยืนยันว่าขณะนี้นายเบนซ์ ยังไม่ใช่ผู้ต้องหา จึงมีสิทธิที่จะยื่นเอกสารให้กับพนักงานสอบสวนได้เสมอ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังรับเอกสารในส่วนธุรกิจ รวมไปถึงสัญญาซื้อขาย กู้ยืม ทุกอย่างเป็นส่วนสำคัญในการประกอบสำนวน หลังจากนี้อาจจะต้องเชิญนายเบนซ์มาพบอีก เนื่องจากมีทรัพย์ส่วนหนึ่งที่โดนอายัดไว้ เป็นส่วนของป.ป.ส. ทั้งนี้สำหรับยุทธการครั้งต่อไปนั้น ไม่สามารถตอบได้ เนื่องจากต้องรอการรวบรวมข้อมูลและรายละเอียด หากพร้อมหรือพบผู้กระทำความผิดก็จะดำเนินการทันที” พ.ต.อ.สมเกียรติกล่าว

ขอบคุณข้อมูลข่าวสารและติดตามต้นฉบับได้ที่ khaosod